หน้าร้านดีดี บอร์ด

ห้องพูดคุยทั่วไป => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: jacky ที่ เมษายน 20, 2010, 10:06:30 PM



หัวข้อ: "รสนา"เสนอ นิรโทษกรรมแดงแลกยุติชุมนุม
เริ่มหัวข้อโดย: jacky ที่ เมษายน 20, 2010, 10:06:30 PM
"รสนา"เสนอ นิรโทษกรรมแดงแลกยุติชุมนุม

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวว่า การแก้ไขความขัดแย้งขณะนี้ไม่สามารถใช้ความรุนแรง ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่สงครามกลางเมือง สงครามประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ไม่หวังดีต้องการปลุกปั่นให้เกิดขึ้น รัฐบาลและนปช.ต้องเปิดใจให้มาเจรจา ตนเข้าใจแกนนำที่ไม่สามารถหาทางลงได้ เพราะเกรงว่า จะโดนดำเนินคดีมากมาย ฉะนั้นเป็นได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะนิรโทษกรรมการชุมนุมครั้งนี้ และนปช.ยุติการชุมนุม และมาเจรจากันโดยมุ่งเป้าไปที่การปฏิรูปประเทศซึ่งมีปัญหาความเหลื่อมล้ำจริงตามที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง และตอนนี้อยากให้ลองมาประเมินว่า หากเกิดสงครามกลางเมือง หรือการยุบสภาโดยไม่ได้เตรียมตัว หรือการรัฐประหาร จะสูญเสียเท่าไหร่ แทนที่จะประเมินว่า ตอนนี้เสียหายทางเศรษฐกิจเท่าไหร่ เพื่อปรามไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงกับการชุมนุม และทั้งสองฝ่ายต้องลดการสร้างความเกลียดชังให้แก่กัน อย่ามุ่งแต่เอาชนะคะคานกันจนประเทศล่มสลาย สังคมทั้งสังคมต้องช่วยมาลดอุณหภูมิความรุนแรงของทั้งสองฝ่าย

พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ ส.ว.อ่างทอง กล่าวว่า ที่มีหนังสือพิมพ์บางฉบับลงข่าวพาดหัว โจมตีอดีตนายกฯ 2 ท่าน ที่จะขอเข้าเฝ้าเพื่อขอพระมารมีช่วยยุติความขัดแย้งในบ้านเมือง แต่ตนกลับมีความเห็นตรงข้าม เพราะสถานการณ์ขณะนี้เลยเถิดไปไกล ต้องขอพระบารมีของพ่อหลวงช่วยยุติ แต่ว่าการเข้าเฝ้าฯจะต้องไม่นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ

หลังจากใช้เวลานานเกือบ 5 ชั่วโมง มีสมาชิกอภิปรายกว่า 35 คนที่ประชุมได้ปิดอภิปรายในญัตติดังกล่าวและให้นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา อภิปรายปิดท้าย โดยนายวิชาญ กล่าวว่า วุฒิเห็นตรงกันว่า ต้องไม่ใช่ความรุนแรง อย่าให้เกิดการยั่วยุ และขอให้เปิดโต๊ะเจรจาของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อบรรลุข้อตกลงเพื่อเป็นประโยชน์บ้านเมือง โดยให้ผู้ชุมนุมถอนตัวกลับบ้านพร้อมให้มีการนิรโทษกรรม และรัฐบาลยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน อย่างไรก็ตามวันนี้เบื้องต้นขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายลดเงื่อนไข ฝ่ายรัฐบาลเองก็อย่าออกมายั่วยุข่มขู่ผู้ชุมนุม ควรยกเลิกพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและพ.ร.บ.มั่นคงฯ ฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมก็ต้องเลิกยั่วยุ เลิกพูดสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถ้าทำเหล่านี้ได้ก็จะเกิดการเจรจาได้ ส่วนภาคประชาสังคมอย่ากระโดดมาเป็นผู้ขัดแย้ง ไม่เช่นนั้นจะเพิ่มปัญหามากขึ้น ขณะที่สื่อควรเสนอทางออก อย่าเสนอข่าวเพียงด้านเดียว จากนั้นนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ได้แจ้งว่า วันศุกร์ที่ 23 เม.ย.จะมีการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 161 เวลา 10.00 น. และสั่งปิดประชุมเวลา 18.30 น.



******************************