|
หัวข้อ: ผัว-เมียรัสเซียโดนโจรตีชิงทรัพย์ที่พัทยา เริ่มหัวข้อโดย: ka1 ที่ มีนาคม 08, 2012, 11:50:26 AM ผัว-เมียรัสเซียโดนโจรตีชิงทรัพย์ที่พัทยา
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 8 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา MR.DINITRY EILIMONY อายุ 26 ปี สัญชาติรัสเซียมีได้พาภรรยาสาวชาติเดียวกันซึ่งกำลังตั้งท้องได้4เดือนเศษเข้าแจ้งความต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยทั้งสองคนนั้นมีบาดแผลถูกคนร้ายทำร้ายใช้ของแข็งตีซึ่งMR.DINITRY EILIMONY มีบาดแผลลริเวณด้านหลังศีรษะ ส่วนภรรยามีบาดแผลบริเวณหน้าผากเหนือคิ้วซ้ายมีเลือดเปรอะเปื้อนตามร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน MR.DINITRY EILIMONY ผู้เสียหายให้การว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาตนขับรถจักรยานยนต์พาแฟนสาวซึ่งตั้งท้องได้4เดือนเศษมุ่งหน้ากลับโรงแรมที่พักภายใน นาเกลือ16 ถนนพัทยา-นาเกลือ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ระหว่างทางได้ถูกคนร้ายเป็นชายไทยวัยรุ่น2คนรูปร่างผอมสูงขับขี่รถจักรยานยนต์มาคันเดียวกันขับตามมาประกบข้างๆซึ่งคนร้ายที่เป็นคนขับรถทำทีทักถามว่าพูดภาษาอังกฤษได้หรือไม่ ตนชะลอรถแล้วก็บอกว่าพูดไม่ได้ จากนั้นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายมาได้เอื้อมมือมากระชากสร้อยคอทองเคที่ตนสวมใส่อยู่ซึ่งซื้อมามูลค่าประมาณ 19,000 บาท จนได้สร้อยไปขณะเกิดเหตุนั้นตนและภรรยาตกใจมากทำให้รถเสียหลักเกือบล้มและภรรยาของตนนั้นก็ฮึดสู้พายามคว้าสร้อยของตนกลับมาทำให้คนร้ายจอดรถแล้วเข้ามาทำร้ายทุบตีตนและภรรยาอย่างโหดเหี้ยมจนตนกับภรรยานั้นได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายทั้งคู่ก็ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป MR.DINITRY EILIMONY เล่าวต่อว่าหลังเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ขับรถเพื่อจะมาแจ้งความให้ตำรวจช่วยเหลือโดยขับมาหลังห้างโลตัสพัทยาเหนือ ก็บังเอิญพบชายวัยรุ่น2คนหน้าตาคล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุขับรถอยู่ภายในซอยดังกล่าวซึ่งตนได้จอดรถหวังจะแจ้งให้คนช่วยจับตัวคนร้ายเพราะมั่นใจว่าเป็นคนร้ายที่กระชากสร้อยของตนอย่างแน่นอน แต่ชายทั้ง2คนโวยวายบอกว่าไม่รู้เรื่องและก่อเหตุทำร้ายตนกับภรรยาซ้ำอีกรอบ จากนั้นก็หลบหนีไป ตนจึงร้องขอให้คนช่วยแจ้งตำรวจให้มาช่วยตรวจ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงและแจ้งให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเนื่องจากตนกับภรรยานั้นถูกทำร้ายจนบาดเจ็บหลังจากรักษาแผลเสร็จจึงมาแจ้งความให้ตำรวจช่วยเหลืออีกครั้ง ซึ่งตนเชื่อว่าคนอาจจะมีกล้องวงจรปิดของบ้านพักชาวบ้านภายในซอยดังกล่าวบันทึกภาคนร้ายไว้ได้จึงอยากให้ตำรวจช่วยตรวจสอบให้ เบื้องต้นตำรวจได้รับแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและจะทำการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุว่ามีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้หรือไม่เพื่อนำไปตรวจสอบและสืบสวนตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป ที่มาเนชั่นทันข่าว ------------------------------- |